อาการเสียวฟันแปล๊บ ๆ เวลาดื่มน้ำเย็น หรือเศษอาหารที่มักเข้าไปติดในซอกฟันเดิมซ้ำ ๆ เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าฟันของคุณอาจกำลังผุหรือมีปัญหา หากปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามจนถึงขั้นต้องรักษารากฟันหรือถอนฟันได้ แต่เชื่อว่าเหตุผลหลักที่ทำให้หลายคนยังไม่กล้าเดินเข้าคลินิกทำฟันคือความกังวลว่าอุดฟันเจ็บไหม การเตรียมตัวหาข้อมูลก่อนไปพบทันตแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความกลัวและความกังวลลงได้ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับการอุดฟัน เพื่อให้คุณตัดสินใจรักษาได้อย่างสบายใจที่สุด
สรุปชัด ๆ อุดฟันเจ็บไหม?
ขึ้นอยู่กับความลึกและความรุนแรงของรอยผุ หากฟันผุเพียงเล็กน้อยบริเวณผิวเคลือบฟัน แทบจะไม่รู้สึกเจ็บเลย แต่หากฟันผุลึกลงไปใกล้โพรงประสาทฟัน ความรู้สึกเสียวหรือเจ็บอาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งสามารถแบ่งช่วงเวลาความรู้สึกได้ดังนี้
ระหว่างทำเจ็บไหม?
หากเป็นรอยผุตื้น ๆ คนไข้มักจะรู้สึกเพียงแค่เสียวฟันเล็กน้อยจากแรงสั่นสะเทือนของเครื่องมือ แต่หากรอยผุลึก ตำแหน่งใกล้กับโพรงประสาทฟันมากก็มีโอกาสเจ็บมาก แต่ทันตแพทย์จะพิจารณาใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อระงับความรู้สึก ทำให้ระหว่างทำคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ สบายใจได้ว่ากระบวนการรักษาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
หลังทำเจ็บไหม?
หลังจากยาชาหมดฤทธิ์ หรือหลังการอุดเสร็จสิ้น อาการปวดรุนแรงมักไม่ค่อยเกิดขึ้น แต่อาจมีอาการเสียวฟันบ้างเล็กน้อยเมื่อทานของเย็นหรือของร้อน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่เนื้อเยื่อภายในฟันกำลังปรับตัว อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเอง แต่ถ้าหากมีอาการปวดตุบ ๆ หรือเคี้ยวแล้วเจ็บนานเกินสัปดาห์ ควรกลับไปพบทันตแพทย์อีกครั้ง
สัญญาณเตือน! แบบไหนที่ต้องรีบไปอุดฟัน

การรอให้ปวดแล้วค่อยไปหาหมอฟันอาจสายเกินไป ลองสังเกตตัวเองดูว่ามีสัญญาณเหล่านี้หรือไม่
- ฟันเป็นรูหรือมีรอยดำ: สังเกตเห็นจุดสีดำหรือรูบนผิวฟัน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเศษอาหาร
- ฟันบิ่นหรือแตก: เกิดจากการเคี้ยวของแข็ง หรืออุบัติเหตุ ทำให้ผิวฟันไม่เรียบ
- ฟันสึก: มักเกิดบริเวณคอฟันจากการแปรงฟันแรงเกินไป หรือฟันสึกด้านบนจากการนอนกัดฟัน
- มีช่องว่างระหว่างฟัน: เศษอาหารติดง่าย และทำให้ขาดความมั่นใจเวลายิ้ม
- เสียวฟัน: รู้สึกจี๊ด ๆ เวลาดื่มน้ำเย็น น้ำร้อน หรือทานของหวาน
รู้จัก “วัสดุอุดฟัน” มีกี่แบบ เลือกแบบไหนดีที่สุด?
ปัจจุบันทันตกรรมพัฒนาไปมาก วัสดุที่ใช้จึงมีความหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทั้งความแข็งแรงและความสวยงาม
อุดฟันวัสดุสีเหมือนฟัน (Composite Resin)
เป็นวัสดุยอดนิยมที่ทำจากพลาสติกผสมเรซิน จุดเด่นคือสีที่เนียนไปกับเนื้อฟันธรรมชาติจนแทบดูไม่ออก ทันตแพทย์สามารถปรับเฉดสีให้ตรงกับฟันของคนไข้ได้ เหมาะสำหรับใช้อุดทั้งฟันหน้าและฟันกราม ปัจจุบันมีการพัฒนาให้มีความแข็งแรงสูง รองรับแรงเคี้ยวได้ดี และต้องใช้การฉายแสงเพื่อให้วัสดุแข็งตัว
อุดฟันวัสดุโลหะ/อมัลกัม (Amalgam)
วัสดุสีเงินหรือสีเทาที่เราคุ้นตากันดีในสมัยก่อน เกิดจากการผสมของโลหะหลายชนิด จุดเด่นคือความแข็งแรงทนทานสูงมาก ราคาประหยัด เหมาะกับฟันกรามด้านในที่ต้องบดเคี้ยวหนัก ๆ แต่ข้อด้อยคือสีไม่สวยงามและต้องมีการกอเนื้อฟันออกเยอะกว่าแบบอื่นเพื่อยึดวัสดุ ปัจจุบันเริ่มได้รับความนิยมน้อยลงเนื่องจากความกังวลเรื่องสารปรอทและความสวยงาม
อุดฟันแบบ GIC (Glass Ionomer Cement)
วัสดุสีขาวขุ่นที่มีคุณสมบัติพิเศษในการปล่อยฟลูออไรด์ช่วยป้องกันฟันผุได้ มักใช้ในการอุดฟันบริเวณคอฟัน หรือใช้ในเด็กเล็กที่เสี่ยงต่อฟันผุสูง แต่ความแข็งแรงจะไม่เท่ากับสองแบบแรก อาจมีการสึกกร่อนได้ง่ายกว่า จึงไม่นิยมใช้ในจุดที่ต้องรับแรงเคี้ยวโดยตรง
เจาะลึกขั้นตอนการอุดฟัน (อ่านจบ เลิกกลัวได้เลย)
- ตรวจและวางแผน: ทันตแพทย์จะตรวจดูรอยผุ หากลึกมากอาจต้องเอกซเรย์เพื่อดูความเสียหาย
- เตรียมบริเวณฟัน: หากจำเป็นต้องใช้ยาชา ทันตแพทย์จะฉีดในขั้นตอนนี้
- กรอเนื้อฟัน: กำจัดส่วนที่ผุและติดเชื้อออก ทำความสะอาดโพรงฟันให้ปราศจากเชื้อโรค
- ใส่วัสดุอุด: ทันตแพทย์จะใส่วัสดุที่เลือกลงไปทีละชั้น หากเป็นสีเหมือนฟันจะมีการฉายแสงเพื่อให้วัสดุเซ็ตตัว
- ขัดแต่ง: ปรับแต่งรูปร่างให้สบฟันได้พอดี ไม่สูงเกินไป และขัดให้ผิวเรียบลื่นเพื่อความสบายลิ้น
อุดฟันราคาเท่าไหร่? อัปเดตราคาปีล่าสุด

ค่าใช้จ่ายในการอุดฟันจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับจำนวนด้านที่ผุ วัสดุที่ใช้ และคลินิกที่ให้บริการ โดยประมาณการราคาเบื้องต้นได้ดังนี้
- อุดฟันสีเหมือนฟัน: เริ่มต้นประมาณ 1,000 บาทต่อด้าน เนื่องจากมีต้นทุนวัสดุและขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่า
- อุดฟัน EverX: เริ่มต้นประมาณ 500 – 1,000 บาทต่อด้าน
วัสดุอุดฟันอยู่ได้นานแค่ไหน?
- วัสดุสีเหมือนฟัน: อายุการใช้งานเฉลี่ย 5-10 ปี อาจมีการเปลี่ยนสีบ้างตามอาหารที่ทาน
- วัสดุอมัลกัม: มีความทนทานสูง อายุการใช้งานเฉลี่ย 10-15 ปี หรือมากกว่านั้น แต่อาจทำให้เนื้อฟันจริงร้าวได้หากใช้งานหนักเกินไป
การดูแลตัวเองหลังอุดฟัน เพื่อให้ใช้งานได้ยาวนาน
- หลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็ง เช่น น้ำแข็ง กระดูก หรือถั่วเปลือกแข็ง บริเวณที่อุดฟัน
- แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันทุกวันเพื่อป้องกันฟันผุซ้ำที่ขอบวัสดุ
- หากอุดด้วยอมัลกัม ควรงดเคี้ยวอาหารด้านที่อุด 24 ชั่วโมง เพื่อให้วัสดุแข็งตัวเต็มที่ ส่วนวัสดุสีเหมือนฟันสามารถเคี้ยวได้ทันที
- พบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็ควัสดุอุดฟันทุก 6 เดือน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
อุดฟันแล้วกินข้าวได้เลยไหม?
หากอุดด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน (Composite Resin) ที่มีการฉายแสง สามารถทานอาหารได้ทันทีหลังทำเสร็จ แต่ควรระวังหากยังรู้สึกชาอยู่ เพราะอาจเผลอกัดกระพุ้งแก้มได้ ส่วนวัสดุสีเงิน (Amalgam) ควรงดใช้ฟันข้างนั้นเคี้ยวอาหารแข็งประมาณ 24 ชั่วโมง
อุดฟันมาแล้วเสียวฟัน ปกติไหม?
อาการเสียวฟันหลังทำเป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะเวลาดื่มน้ำเย็น อาการนี้ควรจะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการปวดร่วมด้วย ควรรีบกลับไปพบแพทย์
คนท้องอุดฟันได้ไหม?
คนท้องสามารถทำฟันได้ โดยช่วงเวลาที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดคือไตรมาสที่ 2 (อายุครรภ์ 4-6 เดือน) เพราะผ่านช่วงแพ้ท้องและครรภ์ยังไม่ใหญ่จนอึดอัดเกินไป แต่ควรแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังตั้งครรภ์
สรุปบทความ
การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นเรื่องสำคัญ การอุดฟันช่วยยับยั้งปัญหาฟันผุไม่ให้ลุกลามและรักษาสภาพฟันให้ใช้งานได้ยาวนาน สำหรับใครที่กังวลว่าอุดฟันเจ็บไหม ในความเป็นจริงแล้วด้วยเทคโนโลยีและยาชาในปัจจุบันทำให้ความเจ็บปวดแทบจะไม่ใช่ปัญหา การเลือกวัสดุอุดฟันที่เหมาะสมและการดูแลรักษาความสะอาดอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้วัสดุอุดฟันอยู่กับเราได้นาน คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป และไม่ต้องกลับมาปวดฟันซ้ำอีก
หากคุณกำลังมองหาคลินิกทำฟันที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมให้คำแนะนำเรื่องวัสดุอุดฟันที่เหมาะกับคุณ หรือสนใจบริการทันตกรรมเพื่อความงามอื่น ๆ เช่น วีเนียร์ จัดฟันใส ที่คลินิกทำฟัน Konvy Dental Clinic เรามีทีมทันตแพทย์มากประสบการณ์พร้อมดูแลรอยยิ้มของคุณให้สวยงามและสุขภาพดี ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเอง สามารถเข้ามาปรึกษาและประเมินสุขภาพฟันก่อนได้ ฟรี!
- Konvy Dental Clinic สาขา อารีย์ โทร. 093-329-9282 หรือ 096-119-1164
- Konvy Dental Clinic สาขา ตะวันนา บางกะปิ โทร. 093-329-9282 หรือ 065-887-8191